6 กุมภาพันธ์ 2562 ปล่อยฝุ่นพิษ 2.5 ปรับปรุง 600 โรงงาน

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1488837

นายกฯ ชมเครื่องต้นแบบแก้วิกฤติฝุ่นละออง สั่งติดตั้งพื้นที่รถติด ศูนย์การค้า หน้าโรงเรียน สั่งปรับปรุงโรงงาน 600 โรง ปล่อยฝุ่น ครม.ออกมาตรการแก้ฝุ่น 4 ขั้นตอน สพฐ.อบรมโค้ดดิ่งนักเรียนสร้างเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 เรื่องฝุ่นๆที่เป็นปัญหาที่ยังหาทางแก้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ได้นั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.30 น. รมช.อุตสาหกรรม รักษาราชการแทน รมว.อุตสาหกรรม นำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำเสนอเครื่องต้นแบบ “ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่”แบบต่างๆพร้อมแสดงวิธีการทำงาน เช่น เครื่องพ่นละอองน้ำดักควันดักฝุ่น อุโมงค์พ่นน้ำแรงดันสูง และหน้ากากกรองฝุ่น ทั้งนี้ นายกฯได้ลองสวมหน้าหน้ากากกรองฝุ่น พร้อมสั่งให้ไปคิดค้นผลิตหน้ากากที่สามารถกันฝุ่น PM 2.5 ได้ และกล่าวว่าขอบคุณทุกคน หลายคนอย่าหัวเราะ ถ้าไม่ช่วยกันก็ไม่สำเร็จ ให้นำเครื่องเหล่านี้ไปหาจุดติดตั้ง โดยเฉพาะจุดที่มีรถติดมากๆ เช่นศูนย์การค้า หน้าโรงเรียน รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเพื่อไม่ให้ตื่นตระหนก หลังชมนิทรรศการนายกฯได้หันไปสอบถามรมช.ศึกษาธิการ ที่มาร่วมกิจกรรมด้วยว่า ดีแล้วที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงาน ทราบว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานอาหารให้กับนักเรียนอาชีวะที่ไปช่วยแก้ปัญหาฝุ่นละอองจำนวน 1,200 ชุด ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เวลา 13.40 น. นายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุม ครม.ถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละอองว่า ภาคอุตสาหกรรมโรงงานหากจำเป็นจริงๆจะขอให้ปิดทำงานบางช่วงเวลาที่ทำได้เพราะจากการตรวจโรงงานกว่า 100,000 โรง พบว่าโรงงาน1,700 โรงมีความเสี่ยง สั่งหยุดปรับปรุงโรงงาน 600 โรงที่ส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่ใช้ความร้อนด้วยการต้มน้ำ ส่วนการฉีดพ่นน้ำเพื่อแก้ปัญหา ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องตลก อย่างน้อยลดฝุ่นละอองขนาดใหญ่ลงได้ ประชาชนต้องไม่เผาวัชพืชในที่โล่งและที่ปิดโรงเรียนเพราะห่วงสุขภาพเด็กเล็ก ขณะที่หน้ากากกรองฝุ่นขอความร่วมมือว่าใครมีกำลังก็ช่วยเหลือกันแจกจ่าย การใช้รถบนถนนถือเป็นสาเหตุใหญ่มากถึงร้อยละ 50 ตั้งเป้าต้องลดลงให้เหลือร้อยละ 35 ให้ได้ ผู้ใช้รถดีเซลต้องตรวจสภาพให้ได้มาตรฐาน เช่น ไส้กรองอากาศ ระบบการใช้น้ำมัน ให้กระทรวงคมนาคมสำรวจรถที่ใช้ตามท้องถนนติดตั้งเครื่องลดมลพิษหรือไม่ เพราะบางคันมีเครื่องลดมลพิษอยู่แต่ถอดออก ส่วนการรณรงค์ให้ใช้รถพลังงานไฟฟ้ารัฐบาลได้ลดภาษีรถพลังงานไฟฟ้าลงแล้ว แต่มีปัญหาแบตเตอรี่มีราคาแพงต้องพัฒนาต่อไป ถ้าทุกคนร่วมมือกันจะแก้ปัญหาได้ไม่ควรตื่นตระหนก ไม่ควรให้ร้ายกันเพราะปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดปีนี้ แต่เกิดกับทุกเมืองใหญ่ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง ตนไม่โทษใครทั้งนั้นเพราะเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหา วันนี้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อมาผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าครม.มีมติรับทราบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและพื้นที่จังหวัดต่างๆโดยมีเป้าหมายสร้างอากาศดีเพื่อคนไทยและผู้มาเยือนโดยยกระดับความเข้มข้นในมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละอองเป็น 4 ระดับ

1.ระดับที่ปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ให้ทุกส่วนราชการทำตามภารกิจหน้าที่และกฎหมายที่มีอยู่ให้ครบถ้วน

2.ระดับที่มากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต้องยกระดับมาตรการต่างๆให้เข้มงวดขึ้น เพิ่มจุดตรวจไม่ให้มีรถควันดำวิ่ง ปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมัน B20 ในรถโดยสารดีเซล เริ่มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง B20 ผ่านสถานีบริการน้ำมันในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด สนับสนุนและแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลแก่หน่วยงานในพื้นที่ และปฏิบัติการทำฝนหลวง

3.ระดับที่ปริมาณฝุ่นยังไม่ลดลงและมีแนวโน้มสูงขึ้นให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ว่าราชการในจังหวัดที่มีปัญหา ใช้กฎหมายที่มีอยู่เข้าไปควบคุมพื้นที่หรือแหล่งกำเนิดเพื่อยับยั้งฝุ่น PM 2.5 และ

4.ระดับที่ปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง กำหนดให้ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษและพิจารณากลั่นกรองแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นโดยต้องแจ้งนายกฯเป็นการเร่งด่วนเพื่อพิจารณา สั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นแนวทาง หรือมาตรการในการลดมลพิษ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า หลังมีมติคณะรัฐมนตรี เรื่องมาตรการแก้ไขฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานใน กทม.และปริมณฑล รองนายกรัฐมนตรีกำชับให้วางแผนและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่ ตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ในความดูแลเรื่องควันดำจากรถยนต์ โรงงาน การเผาวัชพืชทางการเกษตร เพื่อลดมลพิษทางอากาศให้ดีขึ้นและให้เกิดผลดีกับประชาชนมากที่สุด วันนี้ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มารายงานความคืบหน้าและกำชับเพิ่มเติมเรื่องการควบคุมมลพิษ เพราะขณะนี้สถานการณ์ฝุ่นค่อนข้างดีขึ้นแต่ยังไม่วางใจนัก จึงเน้นย้ำให้ตรวจสอบดูแลให้จริงจังในเรื่องสาเหตุการเกิดสถานการณ์ฝุ่นทั้งหมด เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดขึ้น สพฐ.ได้ประชุมหารือร่วมกับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ผอ.โรงเรียนขนาดใหญ่ ในการแก้ไขปัญหานี้ โดยได้ขอให้โรงเรียนคิดโครงการหาความร่วมมือกับผู้ปกครอง เช่น รถโรงเรียนควรจะเป็นประเภทใด ให้มีการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เพื่อแจ้งให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงให้เสนอความคิดเห็น แนวทางวิธีการช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว เป็นต้น และ สพฐ.เตรียมจัดอบรมสอนโค้ดดิ่ง (Coding) การเขียนโปรแกรมในการจัดทำเครื่องมือวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 แก่นักเรียนและครู จำนวน 86 คน จาก 43 โรงเรียน ที่มีการเรียนการเขียนโค้ดดิ่ง เพื่อพัฒนาต่อยอดการเรียนการสอนของนักเรียนและการสร้างเครื่องมือวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีค่าแสดงผลได้อย่างชัดเจน ว่าช่วงไหนสถานการณ์ฝุ่นเป็นอย่างไร เหมาะกับสถานการณ์ของโรงเรียนแต่ละแห่ง ด้านเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีรมช.ศึกษาธิการ เป็นประธาน แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ในการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงนักเรียนที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติฝุ่นละออง PM 2.5 จึงกำชับให้ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดและกระทรวงฯ ยังได้ตั้งคณะกรรมการศูนย์ประสานงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ติดตามวิกฤติฝุ่นของโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงทุกวันและให้โรงเรียนรายงานสถานการณ์ฝุ่นไม่เกิน 15.00 น. ผวจ.ขอนแก่น ผบ.มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรถน้ำ 3 คัน กำลังทหารและคนงานก่อสร้างที่กำลังปรับปรุงสถานีรถไฟขอนแก่น ช่วยกันทำความสะอาดรอบบริเวณสถานีรถไฟขอนแก่นและใกล้เคียง หลังพบว่า จังหวัดขอนแก่น มีค่ามลพิษทางอากาศเพิ่มสูงขึ้น นายสมศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองของจังหวัดขอนแก่น ยังไม่เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องป้องกันและกำจัดฝุ่นละออง โดยตั้งชุดเฉพาะกิจเฝ้าระวังขึ้นมากวดขันดูแลโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ รวมถึงภาคเกษตรกรรมการเผาอ้อย ภาคอุตสาหกรรมโรงงานที่ปล่อยมลพิษ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ต้องวางมาตรการป้องกันเพื่อให้สถานการณ์ฝุ่นละอองอยู่ในภาวะปลอดภัย